ท่องเที่ยวทั่วไทย นครพนม เมืองน่าอยู่

  • You are here: Movie News and Sport News » News » ท่องเที่ยวทั่วไทย นครพนม เมืองน่าอยู่

ท่องเที่ยวทั่วไทย นครพนม เมืองน่าอยู่ ชวนเก็บกระเป๋าไปเที่ยวเมืองน่ารักริมฝั่งโขง “นครพนม” ที่หลายคนไปแล้วแอบหลงรัก เพราะมีที่เที่ยวหลากหลายสไตล์ เหมาะกับทุกวัย ไปแล้วสนุกครบทุกรสชาติ ตั้งแต่เข้าวัดไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ชมวิวริมโขง ช้อปปิ้งบนถนนคนเดิน จะวางแผนไปเที่ยวแบบ 2 วัน 1 คืน หรือ 3 วัน 2 คืน สุดเขตแดนสยาม

เมืองที่ “สุขที่สุด” ต้องลองมาเยือนสักครั้ง! และขอแนะนำ “10 ที่เที่ยวนครพนม” ชิลล์เมืองริมโขง สนุกครบทุกรสชาติ ต้องห้ามพลาด!

1.วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร พระอารามหลวงชั้นเอก ซึ่งเป็นที่ประดิษฐาน พระธาตุพนม โบราณสถานที่มีประวัติยาวนานนับพันปี โดยตามตำนานพระธาตุพนม หรือ อุรังคนิทานกล่าวว่า ในสมัยพุทธกาล เมื่อครั้งพระพุทธเจ้า พร้อมทั้งพระอานนท์ เสด็จมาถึงดินแดนแถบนี้ ได้ทรงพยากรณ์ที่ตั้งเมืองมรุกขนคร (นครพนม) เอาไว้ต่อมาหลังการเสด็จปรินิพพาน พระมหากัสสปะพร้อมด้วยพระอรหันต์ 500 องค์ ก็ได้อัญเชิญพระอุรังคธาตุ เข้าบรรจุภายในอุโมงค์ที่ก่อขึ้นบริเวณนี้ ก่อนที่จะเกิดการบูรณะปฏิสังขรณ์ ต่อมาจนมีลักษณะเป็นองค์พระธาตุศิลปะอีสานที่งดงามในปัจจุบัน โดยพระธาตุพนมถือเป็นพระธาตุประจำปีเกิดของผู้ที่เกิดปีวอกด้วย

ที่ตั้ง : อ.ธาตุพนม จ.นครพนม
เวลาเปิด-ปิด : 05:00-21:00 น. ทุกวัน
โทร. : 094 543 5888

2.พระธาตุท่าอุเทน พระธาตุคู่เมืองนครพนม สร้างมาตั้งแต่ พ.ศ. 2455 โดยจำลองแบบมาจากพระธาตุพนม แต่มีขนาดเล็กกว่า ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และพระอรหันตธาตุ ซึ่งอัญเชิญมาจากเมืองย่างกุ้ง ประเทศเมียนมาร์ รวมทั้งพระพุทธรูป และของมีค่าต่างๆ ซึ่งนอกจากความสง่างาม ขององค์พระธาตุแล้ว ลวดลายปูนปั้นรอบองค์พระธาตุ ที่บอกเล่าเรื่องราวพุทธชาดก ก็น่าชมน่าศึกษาในรายละเอียดไม่แพ้กัน โดยทุกปีจะมีการจัดงานนมัสการพระธาตุในวันขึ้น 13 ค่ำ ถึงแรม 1 ค่ำ เดือน 4 นอกจากนี้พระธาตุท่าอุเทน ยังถือ เป็นพระธาตุประจำวันเกิดของคนที่เกิดวันศุกร์ เชื่อกันว่าหากมานมัสการพระธาตุแห่งนี้ จะได้รับอานิสงส์ให้ชีวิตมีความรุ่งโรจน์เปรียบดั่งพระอาทิตย์

ที่ตั้ง : อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม
เวลาเปิด-ปิด : 08:00-18:00 น. ทุกวัน
โทร. : 042 581 484

3.พระธาตุเรณู โดดเด่นน่าชมด้วยสีชมพูพาสเทล ที่ทาลงบนลวดลายปูนปั้น ที่สวยงามขององค์พระธาตุอย่างตั้งใจ องค์พระธาตุสร้างใน ปี พ.ศ.2461 โดยจำลองแบบมาจากสถาปัตยกรรม ขององค์พระธาตุพนม แต่มีขนาดเล็กกว่า โดยมีความสูงที่ 35 เมตร ส่วนภายในองค์พระธาตุบรรจุทั้งพระไตรปิฎก พระพุทธรูปทองคำ พระพุทธรูปเงิน ของมีค่า และเครื่องกกุธภัณฑ์ของพระยาและเจ้าเมือง ถือเป็นพระธาตุประจำของคนที่เกิดวันจันทร์ เชื่อว่าหากใครมานมัสการ จะได้รับอานิสงส์ให้มีวรรณะงดงาม ผุดผ่องดังแสงจันทร์ ส่วนอุโบสถใกล้กันประดิษฐาน พระองค์แสน ศิลปะแบบลาว ซึ่งเป็นพระพุทธรูปทองคำปางสมาธิ ซึ่งมีพุทธลักษณะงดงามมากองค์หนึ่งด้วย

ที่ตั้ง : ต.เรณู อ.เรณูนคร จ.นครพนม
เวลาเปิด-ปิด : 06:00-19:00 น. ทุกวัน
โทร. : 042 251 416

4.ถนนคนเดินนครพนม อยู่ที่ ถ.ชยางกูร ซึ่งเป็นถนนเลียบโขงในตัวเมืองนครพนม บรรยากาศยามเย็นจึงชิลน่าเดินมาก โดยจุดที่จัดเป็นถนนคนเดิน จะอยู่บริเวณ หอนาฬิกาเก่าแก่ ของเมือง เรียงรายด้วยร้านรวงยาว ร่วมกิโลเมตร มีทั้งของกินของใช้สารพัด ที่โดดเด่น ก็เช่น ผ้าย้อมคราม ที่นำมาตัดเป็นชุด และกระเป๋า รวมทั้งของกระจุกกระจิก หลายแบบที่น่าซื้อมาก ส่วนของกิน ก็มีเยอะ ทั้งแบบซื้อเดินกิน ไปจนถึงร้านนั่งกินดื่มเก๋ๆ ก็มีให้เลือกหลายร้าน โดยบางร้านก็สามารถนั่งชมวิวโขงได้ด้วย เรียกว่ามาเดินเล่นที่นี่จะได้เสพทั้งความสวย ของบ้านเก่าริมโขง วิวโขงยามเย็น ช้อปของฝาก และอิ่มอร่อยกับอาหารหลากหลายในคราวเดียว

ที่ตั้ง : ถ.สุนทรวิจิตร ต.ในเมือง อ.เมืองนครพนม จ.นครพนม
เวลาเปิด-ปิด : 07:00-21:00 น. เปิดวันศุกร์-อาทิตย์
โทร. : 042 512 005

5.พิพิธภัณฑ์หมู่บ้านมิตรภาพ หมู่บ้านเก่าแก่ ที่อดีตประธานาธิบดีสาธารณรัฐ สังคมนิยมเวียดนาม นายโฮจิมินห์ ได้เคยเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อกอบกู้ เอกราชของประเทศเวียดนาม ระหว่างปีพ.ศ. 2467–2474 ซึ่งประธานาธิบดีโฮจิมินห์ ได้ใช้ชีวิตอยู่นานถึง 7 ปี และได้ใช้บ้านพักแห่งนี้ เป็นสถานที่สำหรับติดต่อประสานงาน และเคลื่อนไหวในการต่อสู้เพื่อปลดปล่อยชาติ จึงถือได้ว่าสถานที่แห่งนี้ เป็นสถานที่ที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง ในการกอบกู้อิสรภาพ ให้แก่ประเทศเวียดนาม ส่วนพิพิธภัณฑ์หมู่บ้านมิตรภาพไทย – เวียดนาม บ้านลุงโฮ ที่สร้างขึ้นใหม่ จำลองชีวิตสมัยต่างของท่านประธานาธิบดี โฮจิมินห์ ไว้ตั้งแต่เด็ก และในสมัยที่อยู่ในประเทศไทยด้วย ส่วนบ้านที่เคยเป็นที่พัก ของท่านโฮจิมินห์ อดีตประธานาธิบดีเวียดนาม เป็นบ้านชั้นเดียว ก็ยังคงอยู่ สถานที่แห่งนี้ จึงเหมาะที่จะเป็นที่ศึกษาค้นคว้า เรื่องราวในอดีตของ อดีตประธานาธิบดีโฮจิมินห์ ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวไทย และชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวเวียดนาม จำนวนมากให้ความสนใจ เข้ามาเที่ยว ณ สถานที่แห่งนี้

ที่ตั้ง : บ้านนาจอก หมู่ที่ 5 ตำบลหนองญาติ อ.เมือง จ.นครพนม

6.พิพิธภัณฑ์จวนผู้ว่าราชการ (หลังเก่า) สำหรับใคร ที่ต้องการเรียนรู้เกี่ยว กับสถาปัตยกรรมการก่อสร้างเก่าแก่ ภายในเมืองนครพนม ต้องไม่พลาดที่จะเดินทางมาที่นี่ “พิพิธภัณฑ์จวนผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม” (หลังเก่า) ที่ยังคงเอกลักษณ์ความสวยงามตามแบบฉบับตะวันตก ซึ่งได้รับอิทธิพล การสร้างมาจากฝรั่งเศส ในสมัยสงครามอินโดจีน

ที่นี่นอกเหนือจากจะเป็นจวนผู้ว่าฯ ในอดีตแล้ว ยังเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ รวบรวมเอาของเก่าๆ ทั้งหลายที่หาชมได้ยาก และเป็นของที่ใช้กันจริงๆ ในจวนหลังนี้ อีกทั้งยังมีภาพเรื่องราวเก่าๆ เกี่ยวกับนครพนมใ ห้ได้ศึกษา ประวัติความเป็นมาของเมืองนครพนมด้วย

ที่ตั้ง : ถนนสุนทรวิจิตร ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม

7.สะพานมิตรภาพ ไทย-ลาว แห่งที่ 3 (นครพนม-คำม่วน) ว่ากันว่าที่นี่เป็นสะพานข้ามแม่น้ำโขง ที่สวยที่สุดแห่งหนึ่ง เลยทีเดียว สะพานแห่งนี้ เชื่อมต่อระหว่างพื้นที่ ฝั่งประเทศไทย ที่บ้านห้อม ต.อาจสามารถ จ.นครพนม กับพื้นที่ฝั่งลาว อยู่ที่บ้านเวินใต้ เมืองท่าแขก แขวงคำม่วน ใช้เป็นเส้นทางการคมนาคมขนส่งด้านการค้า และการท่องเที่ยว มีความยาวรวม 780 เมตร มีช่องลอดกว้าง 60 เมตร สูง 10 เมตร 2 ช่วง ความกว้างสะพาน 13 เมตร และมีการช่องจราจร 2 ช่อง

สำหรับสะพานมิตรภาพ 3 (นครพนม-คำม่วน) แห่งนี้เป็นหนึ่งในแนวทางพัฒนา ความร่วมมือระหว่างประเทศ (ไทย-ลาว) ตามยุทธศาสตร์ ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทางหลวงสายเอเชีย หรือ Asian Highway สาย AH 15

ที่ตั้ง : บ้านห้อม ตำบลอาจสามารถ อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม

8.อุโมงค์นาคราช ที่เที่ยวบรรยากาศสบายๆ ริมแม่น้ำโขง นักท่องเที่ยว สามารถมาชมความสวยงาม และพักผ่อนออกกำลังกายไปในตัว กับ”อุโมงค์นาคราช” เส้นทางจักรยาน ที่เชื่อมจากเขื่อนแม่น้ำโขง ผ่านด้านหลังกองบัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง นรข.นครพนม มีรูปแบบเป็นอุโมงค์ ระยะทางยาวถึง 307 เมตร พร้อมมีการติดตั้งโครงอุโมงค์ ด้วยแผงเหล็กตะแกรง และระบบรักษาความปลอดภัย ถือเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ท่องเที่ยว ที่สามารถมาเดินเล่น หรือ ปั่นชมวิวทิวทัศน์แม่น้ำโขงได้อย่างใกล้ชิด

ที่ตั้ง : อ.เมือง จ.นครพนม

9.พญาศรีสัตตนาคราช มานครพนมรอบนี้ต้อง ไม่พลาดแวะมาสักการะพญาศรีสัตตนาคราช สิ่งศักดิ์สิทธิ์ และแลนด์มาร์กเมืองนครพนม ตั้งอยู่บนลานศรีสัตนาคราช ริมฝั่งแม่น้ำโขงบริเวณหน้าสำนักงานป่าไม้ ถ.สุนทรวิจิตร เขตเทศบาลเมืองนครพนม

สำหรับเอกลักษณ์เด่นของ “พญาศรีสัตตนาคราช” คือการสร้าง องค์พญานาคสีเหลืองทอง ขนาดใหญ่ ตามความเชื่อของชาวริมโขงทั้งไทยและลาว ในแต่ละวันมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาชมและสักการะขอพรกันเป็นจำนวนมาก

ที่ตั้ง: อ.เมือง จ.นครพนม

10.วัดนักบุญอันนาหนองแสง แลนด์มาร์คสวยๆ บน ถ.สุนทรวิจิตร เลียบริมแม่น้ำโขง ตัวโบสถ์คริสต์ ก่อสร้างตั้งแต่ ปี ค.ศ.1926 ถูกออกแบบโดยบาทหลวงเอดัวร์ โดดเด่นด้วย สถาปัตยกรรมการก่อสร้างแบบโบราณ มีเอกลักษณ์ของคนหลายเชื้อชาติ เข้าด้วยกัน ทั้งไทย, จีน, ลาว และเวียดนาม

เมื่อเดินเข้ามายัง บริเวณเบื้องหน้าของโบสถ์ นักท่องเที่ยวจะสะดุดตา กับหอคอยคู่ ที่ตั้งอยู่เหนืออาคารขึ้นไป ปลายยอดแหลมดูเด่น เป็นสง่ามาแต่ไกล ซึ่งเดิมที่นี่ เปิดให้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา แต่ภายหลังที่มีการทิ้งระเบิด ในช่วงสงครามโลก โบสถ์แห่งนี้ก็ได้รับความเสียหาย จนกระทั่งมีสถานที่ประกอบพิธีใหม่ขึ้น แต่ตัวโบสถ์เดิม ก็มีการบูรณะขึ้นใหม่ ตามแบบฉบับสถาปัตยกรรมโคโรเนียล ส่วนอาคารสีเหลืองด้านข้าง ก็สวยโดดเด่นเช่นกัน อาคารสีเหลืองด้านข้าง ซึ่งเปิดเป็นมูลนิธิบาทหลวงเอดัวร์นำลาภ นั่นเอง

ที่ตั้ง : ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครพนม