การขอสินเชื่อเงินสดให้ผ่าน

  • You are here: Magazine News » News » การขอสินเชื่อเงินสดให้ผ่าน

การขอสินเชื่อเงินสดให้ผ่าน รูปแบบของสินเชื่อเงินสดก็มีทั้งหมด 3 รูปแบบ คือ บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด และสินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อเงินสดในแต่ละประเภทนี้ก็จะมีรูปแบบการให้สินเชื่อ ดอกเบี้ย และการชำระคืนที่แตกต่างกันไป แต่ทั้ง 3 ประเภทถูกนับรวมเป็นสินเชื่อเงินสด ก็เนื่องจากผู้ขอสินเชื่อสามารถใช้ทั้งบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด และสินเชื่อส่วนบุคคล เป็นเครื่องมือแทนเงินสดหรือสำหรับกดเงินสดเพื่อที่เราจะนำไปใช้จ่ายตามความจำเป็นล่วงหน้า

บัตรเครดิต ถือเป็นสินเชื่อเงินสดประเภทหนึ่งที่มีมานานก่อนสินเชื่อเงินสดประเภทอื่น ๆ จุดมุ่งหมายของการใช้บัตรเครดิตคือใช้รูดที่ร้านค้าเพื่อซื้อสินค้าหรือบริการแทนเงินสด โดยที่เราไม่ต้องมีเงินสดอยู่ในบัญชีบัตรเครดิต โดยทางธนาคารหรือสถาบันการเงินมีช่วงเวลาปลอดดอกเบี้ยไว้ให้ตามรอบบัญชีและสูงสุดถึง 55 วัน หากรูดซื้อสินค้าหรือบริการไปแล้ว ชำระคืนภายในกำหนดเวลาที่แจ้งในใบแจ้งยอดบัญชี ก็จะไม่มีดอกเบี้ย แต่หากชำระหลังจากวันที่กำหนดก็จะมีดอกเบี้ย โดยดอกเบี้ยบัตรเครดิตสูงสุดจะอยู่ที่ไม่เกิน 20% ต่อปี
วงเงินของสินเชื่อบัตรเครดิตจะอยู่ที่ 2-3 เท่าของเงินเดือน ค่าธรรมเนียมในการใช้บัตรเครดิตจะคิดเป็นรายปี ขึ้นอยู่กับประเภทของบัตรเครดิตของแต่ละธนาคารและสถาบันการเงิน เรายังสามารถใช้บัตรเครดิตเพื่อกดเงินสดจากตู้เอทีเอ็มได้ กรณีที่เราจำเป็นต้องใช้เงินสดอย่างเร่งด่วน แต่จะต้องเสียค่าธรรมเนียมการกดเงินสด 2-4% และต้องเสียดอกเบี้ยตั้งแต่วันที่เริ่มกดเงินสด

บัตรกดเงินสด เป็นสินเชื่อเงินสดอีกรูปแบบหนึ่ง ไม่ใช่บัตรเครดิต แต่เป็นบัตรที่เอาไว้ใช้กดเงินสดจากตู้เอทีเอ็มเท่านั้น ไม่สามารถใช้เพื่อนำไปรูดซื้อสินค้าหรือบริการได้ วงเงินของบัตรกดเงินสดจะอยู่ที่ 2-5 เท่าของเงินเดือนหรือรายได้ ธนาคารหรือสถาบันการเงินจะพิจารณาอนุมัติตามความสามารถในการชำระหนี้ในอนาคตของผู้ขอสินเชื่อ บัตรกดเงินสดนี้หากเรายังไม่ได้กดเงินสดจากตู้เอทีเอ็ม เราจะยังไม่เป็นหนี้ เราจะเป็นหนี้ก็ต่อเมื่อเริ่มกดเงินสดจากตู้เอทีเอ็มเท่านั้น โดยดอกเบี้ยจะเริ่มคิดตั้งแต่วันแรกที่เรากดเงินสดออกมาใช้ เราจะสามารถกดเงินสดออกมาใช้ได้สูงสุดเท่าที่วงเงินอนุมัติเท่านั้น หากเราชำระคืนเงินสดที่กดออกมา เราก็จะได้วงเงินของเรากลับคืน เพื่อสามารถกดเงินสดออกมาใช้ได้ในอนาคตอีก
ดอกเบี้ยของบัตรกดเงินสดค่อนข้างสูง อยู่ที่ 28% ต่อปี แต่บัตรกดเงินสดจะไม่มีค่าธรรมเนียมในการกดเงินสดแต่ละครั้งอีก คิดแค่ดอกเบี้ย 28% นี้เท่านั้น บัตรกดเงินสดเหมาะสำหรับคนที่มีความต้องการใช้เงินสดด่วนเป็นครั้งคราวและสามารถหาเงินมาคืนหนี้ได้เป็นระยะ ๆ ถือว่าเป็นสินเชื่อหมุนเวียน ไม่ใช่สินเชื่อระยะยาว เป็นการขอวงเงินเตรียมไว้เผื่อกรณีฉุกเฉินต้องการใช้เงินสด ไม่ใช้ก็ไม่เสียอะไร

สินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อส่วนบุคคลเป็นสินเชื่อเงินสดอีกประเภทหนึ่งที่ผู้ขอสินเชื่อมีความต้องการใช้เงินก้อนใหญ่และจะทยอยชำระคืนเป็นงวด ๆ ในอนาคตพร้อมดอกเบี้ยตามระยะเวลาที่กำหนด เช่น 3 ปี 5 ปี เป็นต้น วงเงินของสินเชื่อส่วนบุคคลจะอนุมัติที่ 5 เท่าของเงินเดือนหรือรายได้ ดอกเบี้ยจะคิดสูงสุดที่ 28% ต่อปี การจ่ายคืนสินเชื่อจะคิดเหมือนกับสินเชื่อบ้านและสินเชื่อรถยนต์ คือเป็นแบบลดต้นลดดอก

เมื่อได้รับอนุมัติ ธนาคารและสถาบันการเงินจะโอนเงินตามวงเงินที่ได้รับอนุมัตินี้เข้าบัญชีของผู้ขอสินเชื่อ ผู้ขอสินเชื่อก็สามารถเบิกหรือถอนเงินสดนั้นมาใช้จ่ายได้ โดยผู้ขอสินเชื่อจะถือว่าเป็นหนี้ตั้งแต่วันแรกที่ได้รับโอนเงิน ดอกเบี้ยก็จะคิดตั้งแต่วันที่ได้รับโอนเงินเช่นเดียวกัน สินเชื่อส่วนบุคคลนี้จะมีกำหนดจำนวนเงินที่ต้องชำระคืนเป็นจำนวนเงินที่แน่นอนในแต่ละเดือน เช่น หากเรามีเงินเดือน 20,000 บาท ได้รับอนุมัติสินเชื่อส่วนบุคคลที่ 5 เท่า คือ 100,000 บาท ธนาคารจะโอนเงิน 100,000 บาทให้เราเพื่อไปใช้ โดยเราต้องผ่อนชำระคืนธนาคาร หากคิดระยะเวลาสูงสุดที่ 5 ปี ดอกเบี้ย 28% เงินที่ต้องผ่อนรายเดือนก็จะอยู่ที่ประมาณเดือนละ 4,000 บาท 60 งวด เป็นต้น

เราจะเห็นว่าสินเชื่อเงินสดทั้ง 3 รูปแบบที่กล่าวมาข้างต้นมีความแตกต่างกัน และทุกประเภทมีอัตราดอกเบี้ยค่อนข้างสูง เนื่องจากสินเชื่อเงินสดเป็นสินเชื่อประเภทที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ดอกเบี้ยเลยแพงกว่าหากเป็นกรณีขอสินเชื่อบ้านหรือรถยนต์ เนื่องจากหากผิดนัดชำระหนี้ธนาคารหรือสถาบันการเงินยังสามารถบังคับยึดบ้านหรือยึดรถยนต์ได้ แต่สินเชื่อเงินสดไม่มีจึงต้องคิดดอกเบี้ยแพงกว่ามาก ความจำเป็นที่คนจะต้องเลือกใช้สินเชื่อเงินสดก็เพราะเราไม่มีทรัพย์สินที่เป็นบ้านหรือรถยนต์ ก่อนพิจารณาเลือกขอสินเชื่อเงินสดจึงควรพิจารณาให้รอบคอบถึงความจำเป็นในการต้องใช้จ่าย เพราะต้องเสียดอกเบี้ยแพงมาก

นอกจากนั้นผู้ขอสินเชื่อควรเลือกใช้สินเชื่อตามลักษณะของสินเชื่อแต่ละประเภทอย่างเหมาะสม เช่น หากเราแค่ต้องการวงเงินสดที่สามารถเบิกได้เป็นครั้งคราวก็ควรเลือกใช้บัตรกดเงินสด เพราะไม่มีค่าธรรมเนียม เมื่อกดเงินสดไปใช้แล้ว ก็ให้รีบหาเงินมาคืนพร้อมดอกเบี้ยให้เร็วที่สุด เพื่อที่จะไม่ต้องเสียดอกเบี้ยแพง และไม่ควรเลือกกดเงินสดจากบัตรเครดิต เนื่องจากต้องเสียค่าธรรมเนียมกดเงินสดที่ 2-4% ด้วย